‘หัวใจที่กระหายและก้าวที่ถ่อมตน’: รูเบน ดิอาส กับความฝันอันยิ่งใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก 2026
เมื่อฤดูกาลอันยาวนานสิ้นสุดลง ถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จก็ถูกเติมเต็มอีกครั้ง… รูเบน ดิอาส ปราการหลังหัวใจหิน กำลังจะก้าวเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังจากพกพาดับเบิลแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศร่วมกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ติดมือมาด้วย
นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าในปี 2020 ดิอาสได้กลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญของเครื่องจักรสีฟ้าที่เดินหน้ากวาดแชมป์อย่างไม่หยุดหย่อน เขาได้ปลูกฝัง “ดีเอ็นเอผู้ชนะ” นี้ลงไปในทีมชาติโปรตุเกส และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทัพฝอยทองผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก สมัยที่สองได้เมื่อปีที่ผ่านมา
วันนี้ ในวัย 29 ปี สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของฟุตบอล…
ความรู้สึกที่พิเศษ และยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง
“โดยส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกดีมากๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ” ดิอาสเปิดใจด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาดเฉกเช่นสไตล์การป้องกันของเขา “นี่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่สามของผม และมันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเสมอสำหรับประเทศชาติและสำหรับพวกเราทุกคน ผมรู้ดีว่าบรรยากาศของฟุตบอลโลกมันพิเศษแค่ไหน ผมรู้สึกได้เลยว่าครั้งนี้จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่พิเศษจริงๆ”
แม้แนวรุกของโปรตุเกสจะเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ที่คอยแย่งพื้นที่สื่อ แต่การมีดิอาสยืนตระหง่านอยู่เป็นปราการด่านสุดท้าย คือความอุ่นใจที่หาจากไหนไม่ได้ เขาคว้าแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ไปแล้วถึง 12 รายการในรอบ 6 ปี ซึ่งเขาอธิบายว่าสโมสรแห่งนี้คือสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมให้เขาเติบโต
“สโมสรแห่งนี้มีความกระหายที่จะชนะในทุกๆ เกม ทุกๆ สิ่งที่เราทำ นั่นคือกรอบความคิดของที่นี่ ทั้งนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช ผู้บริหาร นักกายภาพ หรือแม้แต่เชฟ… ทุกคนอยากชนะ นั่นคือสถานที่ที่ขับเคลื่อนผม และเติมเต็มหัวใจของผม”
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ กำลังก้าวเข้าสู่ภารกิจใหม่ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่ หลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาทีมไปหลังสร้างความยิ่งใหญ่มานานถึง 10 ปี “แน่นอนว่าเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อสโมสรและต่อพวกเราทุกคน ยุคสมัยหนึ่งจบลง และยุคใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น เราซาบซึ้งกับทุกสิ่งที่ผ่านมา และก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
นอกจากนี้ การอำลาทีมของเพื่อนรักอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็เป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งคู่จะยังคงร่วมผนึกกำลังกันในนามทีมชาติ “เรามีช่วงเวลา 6 ปีที่พิเศษร่วมกันที่แมนฯ ซิตี้ เราต่างมองว่าอีกฝ่ายคือคนพิเศษ และตอนนี้เราก็มีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลกให้ได้เพลิดเพลินไปด้วยกัน”
‘โค้ชบนผืนหญ้า’ และการเรียนรู้จากตำนาน
โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส ยกย่องดิอาสว่าเป็นเหมือน “โค้ชบนผืนหญ้า” ด้วยความสามารถในการจัดระเบียบเกมรับและความเข้าใจแท็กติกอย่างลึกซึ้ง เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกเหมือนเป็นผู้นำทีมหรือไม่ ดิอาสตอบอย่างถ่อมตนว่า:
“ผมรู้สึกว่ากาลเวลาเป็นตัวหล่อหลอมให้มันเป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติ แม้ผมจะไม่ได้คิดว่าตัวเองอายุเยอะ แต่ตอนนี้ผมก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่อายุมากที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดในทีม ผมจะพยายามแบ่งปันความรู้ทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยให้ทีมชนะ”
การได้ร่วมงานกับกัปตันทีมระดับตำนานอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีส่วนอย่างมากในการขัดเกลาความเป็นผู้นำของเขา “แน่นอนครับ ผมเรียนรู้จากเขาและคนอื่นๆ อย่าง เปเป้ เสมอ โดยเฉพาะกับคนอย่าง คริสเตียโน่ ประสบการณ์ทั้งในโลกฟุตบอลและชีวิตของเขา ทำให้เขาเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การยกย่อง คุณต้องพยายามซึมซับความรู้ทุกหยดจากเขาให้ได้มากที่สุด”
ความทะเยอทะยานที่เท้ายังติดดิน
โปรตุเกสจะประเดิมสนามในฟุตบอลโลก 2026 วันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยพบกับ ดีอาร์ คองโก ที่สนามฮูสตัน สเตเดียม ก่อนจะดวลกับ อุซเบกิสถาน และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยแมตช์หยุดโลกกับ โคลอมเบีย ในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ไมอามี่
เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกให้ได้ (ผลงานที่ดีที่สุดคืออันดับ 3 ในยุคของ ยูเซบิโอ ปี 1966) เมื่อถูกถามว่าทีมชุดนี้มีความเชื่อมั่นที่จะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ ดิอาสทิ้งท้ายไว้อย่างลึกซึ้งว่า…
“ผมรู้สึกว่ามันมีมากกว่าความเชื่อ แต่มันคือความทะเยอทะยานที่จะทำให้สำเร็จ เรามีเป้าหมาย แต่เท้าเรายังคงติดดิน เราตระหนักดีว่ามันยากแค่ไหน และต้องทำงานหนักเพียงใด ความเชื่อมั่นจะค่อยๆ เติบโตขึ้นหลังผ่านพ้นความยากลำบากในแต่ละเกม… เราถ่อมตัวกับมัน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มีความทะเยอทะยานมากกว่าที่เคยเป็นมา”

