‘ครั้งนี้เราพร้อมกว่าเดิม!’ เอล เชนนาวี นายด่านอียิปต์ มั่นใจทัพมัมมี่สร้างเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลโลก 2026

‘บทเรียนจากอดีตสู่ความหวังใหม่’: โมฮาเหม็ด เอล เชนนาวี ลั่นอียิปต์พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลก 2026

การลงสนามนัดแรกในศึกฟุตบอลโลกย่อมเป็นความทรงจำที่พิเศษสำหรับนักฟุตบอลทุกคน แต่สำหรับ โมฮาเหม็ด เอล เชนนาวี (Mohamed El Shenawy) ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติอียิปต์ ความทรงจำนั้นยิ่งทวีความพิเศษขึ้นไปอีก เมื่อเขาเปิดตัวบนเวทีลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยการคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ (Man of the Match) ในเกมที่พบกับอุรุกวัย เมื่อปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ กัปตันทีมสโมสร อัล อาห์ลี (Al Ahly) วัยเก๋า พร้อมแล้วที่จะจารึกชื่อในกลุ่มนักเตะระดับตำนานของประเทศ โดยเขาจะเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นร่วมกับสองซูเปอร์สตาร์อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) และ เทรเซเกต์ (Trezeguet) ที่ได้โอกาสลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ของตัวเอง หลังจากทั้งหมดเคยร่วมเดินทางไปด้วยกันเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

ความทรงจำที่ไม่มีวันลืมจากปี 2018

เอล เชนนาวี ได้ย้อนความทรงจำในเกมนัดเปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษกับ FIFA ไว้อย่างน่าสนใจว่า:

“แน่นอนครับ ผมจำวันนั้นได้แม่นยำ มันเป็นเกมฟุตบอลโลกนัดแรกของผม และอียิปต์ไม่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้มานานถึง 28 ปี นักเตะทุกคนโฟกัสกันมากจนแทบไม่มีใครนอนหลับเลยในคืนก่อนแข่ง เพราะความตื่นเต้นและตระหนักดีว่าเรากำลังเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ”

“ขอบคุณพระเจ้าที่เราลงสนามไปด้วยแรงผลักดันที่เต็มเปี่ยมและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม การได้รับเลือกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ตั้งแต่นัดแรกในฟุตบอลโลกเป็นช่วงเวลาที่เหนือความคาดหมายและคุ้มค่ากับความทุ่มเทอย่างหนักของพวกเราจริงๆ”

จากทีมที่ขาดประสบการณ์ สู่ขุมกำลังที่พร้อมรบ

แม้จะมีฐานแฟนบอลที่คลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลอย่างหนัก แต่อียิปต์กลับมีสถิติในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ไม่สู้ดีนัก ซึ่งนายทวารจอมเก๋ามองว่าปัจจัยสำคัญในอดีตคือเรื่องของ “ประสบการณ์” แต่สถานการณ์ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว

“ตอนปี 2018 เราขาดประสบการณ์เพราะห่างหายจากทัวร์นาเมนต์นี้ไปนานถึง 28 ปี มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะประหม่าเมื่อต้องเล่นในระดับนั้น” เอล เชนนาวี อธิบาย “แต่หลังจากทัวร์นาเมนต์นั้น เราได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์จากการเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมาย วันนี้ภาพทุกอย่างชัดเจนขึ้น สภาพทีมของเราพร้อมกว่าเดิม และเราสามารถทำสิ่งพิเศษในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้”

“ผม, ซาลาห์ และเทรเซเกต์ จะใช้ประสบการณ์ที่เคยผ่านเวทีนี้มา คอยช่วยเหลือน้องๆ ในทีมให้ปรับตัวเข้ากับบรรยากาศการแข่งขันได้อย่างเร็วที่สุด เป้าหมายแรกและสำคัญที่สุดของเราในตอนนี้คือการพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้”

ฝันให้ไกล… ไปให้ถึงถ้วยแชมป์โลก

เมื่อถูกถามถึงความฝันสูงสุดในทัวร์นาเมนต์นี้ เอล เชนนาวี ตอบด้วยแววตาและหัวใจของนักสู้ตามฉบับมืออาชีพว่า เป้าหมายส่วนตัวของเขาไม่ใช่แค่การเข้ารอบลึกๆ แต่คือการก้าวไปหยิบถ้วยแชมป์โลก

“ถ้าถามถึงความฝันส่วนตัวของผม แน่นอนว่ามันคือการชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก แม้มันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่เราจะเดินหน้าไปทีละก้าว เริ่มจากการผ่านรอบแรกไปให้ได้ก่อน”

สำหรับเกมนัดเปิดสนามของอียิปต์ พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับศึกหนักอย่าง ทีมชาติเบลเยียม ที่สนามในเมืองซีแอตเทิล ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามที่ส่งเสียงเชียร์กึกก้องและเสียงดังที่สุดในโลกเนื่องจากโครงสร้างการออกแบบที่ช่วยขยายเสียง

“เรารู้เรื่องสนามดีครับ ในแอฟริกาเราก็มีสนามที่เสียงดังจนหูดับตับไหม้แบบนี้ และผมก็ผ่านมาเยอะแล้ว เกมกับเบลเยียมจะเป็นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากสำหรับเรา สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือเราต้องลงสนามไปด้วยความมั่นใจเต็มร้อย และหากเราพร้อมเต็มที่ ขอบคุณพระเจ้า… เราจะสามารถคว้าชัยชนะในเกมนี้มาครองได้” เอล เชนนาวี ทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ