กรานิต ชาก้า เปิดใจก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026 ลั่นพร้อมพาสวิตเซอร์แลนด์สร้างประวัติศาสตร์

จากเด็กสู้ชีวิตสู่กัปตันทีมชาติ: ‘กรานิต ชาก้า’ กับความท้าทายครั้งใหม่ในฟุตบอลโลก 2026

กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงเปี่ยมไปด้วยความนิ่งและเยือกเย็นเสมอเมื่อถูกถามถึงศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง ทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 ของเขา ต่อจากปี 2014, 2018 และ 2022

กองกลางวัย 33 ปี ลงเล่นในฟุตบอลโลกไปแล้วถึง 12 นัด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และเขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมมาตั้งแต่ปลายปี 2019 ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เขาภูมิใจและไม่เคยมองข้ามคุณค่าของมัน

ไม่ลืมรากเหง้าและจุดเริ่มต้น

เมื่อมองย้อนกลับไป ชาก้าไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง พ่อแม่ของเขาต้องลี้ภัยจากอดีตยูโกสลาเวียมาสร้างชีวิตใหม่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

“ผมเกิดที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่มันคือประเทศที่ใหม่เอี่ยมสำหรับพ่อแม่ของผม” ชาก้าเล่าย้อนความหลัง จากเด็กน้อยที่เริ่มเตะฟุตบอลตอน 4 ขวบ วันนี้เขาคือผู้นำทีมชาติที่เตรียมพาทีมลงแข่งขันในลอสแอนเจลิส, ซานฟรานซิสโก เบย์แอเรีย และแวนคูเวอร์ “มันทำให้ผมทั้งภูมิใจและมีความสุข คุณไม่มีทางลืมความทุ่มเททั้งหมดในวัยเด็กได้เลย หนึ่งในความฝันของผมได้กลายเป็นจริงแล้ว”

ความท้าทายที่ซันเดอร์แลนด์

ชาก้าเป็นคนที่รักการเผชิญหน้ากับความท้าทาย ในเดือนกรกฎาคม 2025 เขาตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกที่เขาเพิ่งพาสร้างประวัติศาสตร์คว้าดับเบิลแชมป์ มาอยู่กับ ซันเดอร์แลนด์ ทีมน้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีก เขาเซ็นสัญญา 3 ปีและได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมทันที

หลายคนตั้งคำถามกับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ชาก้าตอบกลับด้วยผลงาน “ผมเจอคนวิจารณ์เยอะมากที่ย้ายจากทีมแชมเปี้ยนส์ลีกมาอยู่กับทีมน้องใหม่ แต่ผมเป็นคนที่ชอบความเสี่ยง ผมรักความท้าทายทั้งในและนอกสนาม”

การตัดสินใจของเขาได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง เมื่อเขาเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “แมวดำ” รอดตกชั้นในพรีเมียร์ลีกได้แบบสบายๆ แถมยังพาทีมคว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จในวันสุดท้ายของฤดูกาล “ตราบใดที่ผมยังมีความกระหายที่จะตื่นขึ้นมาทุกวันเพื่อพัฒนาตัวเอง คุณก็จะได้เห็นผมอยู่ในสนามต่อไป”

ผู้นำของนักเตะสายเลือดใหม่

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก แกนหลักจอมเก๋าหลายคนอำลาทีมไปแล้ว ตอนนี้ทีมเต็มไปด้วยนักเตะสายเลือดใหม่ โดยมีชาก้าเป็นศูนย์รวมจิตใจ

“เราเป็นทีมที่ต่างไปจากเมื่อไม่กี่ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง” ชาก้ายอมรับ “เรามีนักเตะสายเลือดใหม่มากมาย แต่ก็เป็นส่วนผสมที่ดีระหว่างวัยรุ่นและผู้เล่นเก๋าประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือเราต้องรับผิดชอบและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ”

ภายใต้การคุมทีมของ มูรัต ยาคิน สวิตเซอร์แลนด์ผ่านรอบคัดเลือกมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบไร้พ่าย (ชนะ 4 เสมอ 2) ทำได้ 14 ประตู และเสียเพียง 2 ประตู ซึ่งเป็นสถิติเกมรับที่ดีที่สุดเป็นรองเพียงทีมชาติอังกฤษเท่านั้น

เป้าหมายที่ชัดเจนในอเมริกาเหนือ

สวิตเซอร์แลนด์จะประเดิมสนามนัดแรกในวันที่ 13 มิถุนายน ที่เบย์แอเรีย ก่อนจะไปเล่นที่ลอสแอนเจลิส และนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจะพบกับ แคนาดา ชาติเจ้าภาพร่วม ที่แวนคูเวอร์

แม้จะผ่านประสบการณ์การลงเล่นมานับไม่ถ้วน แต่ชาก้ายอมรับว่าเขายังคงมีความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ก่อนลงสนาม เช่น การใส่สนับแข้ง ถุงเท้า และรองเท้าจากด้านขวาก่อนเสมอ และเขายังคงรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนกหวีด “มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคืออะดรีนาลีน ตราบใดที่ผมยังรู้สึกถึงสิ่งนี้ ผมก็มีความสุข”

สำหรับเป้าหมายในฟุตบอลโลก 2026 การผ่านรอบแบ่งกลุ่มคือสิ่งที่ “ต้องทำให้ได้” สำหรับทีม แต่เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายสูงสุด ชาก้าตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผมชอบที่จะฝัน และฝันให้ใหญ่เข้าไว้… เราอยากทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ด้วยการสร้างผลงานที่น่าทึ่งให้ได้”