สิ้นสุดยุคทองแต่ไม่สิ้นหวัง! ‘การ์เซีย’ ลั่นเบลเยียมไร้ความกดดัน พร้อมสวมบทม้ามืดเขย่าเวทีฟุตบอลโลก 2026

‘สลัดคราบทีมเต็ง สู่ผู้ท้าชิงที่ไร้ความกดดัน’: รูดี การ์เซีย กับภารกิจปลุกชีพเบลเยียมในศึกฟุตบอลโลก 2026

ความเจ็บปวดจากการตกรอบแรกที่กาตาร์เมื่อปี 2022 ยังคงเป็นบาดแผลที่ฝังลึก แต่สำหรับทีมชาติเบลเยียม การก้าวเดินต่อไปข้างหน้าคือหนทางเดียวที่มี… ในการเตรียมความพร้อมสู่การลุยศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 15 ของประวัติศาสตร์สโมสร รูดี การ์เซีย กุนซือวัย 62 ปี ได้ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางที่รออยู่เบื้องหน้า ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

แยก ‘ความฝัน’ ออกจาก ‘ความเป็นจริง’

ทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม G ร่วมกับ อียิปต์, อิหร่าน และ นิวซีแลนด์ แม้สถิติและชื่อชั้นจะดูเหนือกว่าคู่แข่งร่วมกลุ่มอย่างเทียบไม่ติด แต่การ์เซียเลือกที่จะให้ทีมมองไปทีละก้าวอย่างถ่อมตน

“เราต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘เป้าหมาย’ และ ‘ความทะเยอทะยาน’ ลำดับแรกสุดคือการผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปให้ได้ เราต้องคว้าแชมป์กลุ่มเพื่อเส้นทางที่เอื้ออำนวยกว่า และเพื่อที่เราจะได้ปักหลักลงเล่นในรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ซีแอตเทิลต่อไป… นั่นคือเป้าหมายหลักของเรา!” การ์เซีย กล่าวย้ำ

เคารพทุกคู่แข่งบนเวทีโลก

แม้เบลเยียมจะเคยไปถึงรอบรองชนะเลิศมาแล้วถึง 2 ครั้ง (ล่าสุดคือปี 2018) ในขณะที่เพื่อนร่วมกลุ่มยังไม่เคยมีทีมใดทะลุผ่านรอบแรกได้เลย แต่กุนซือรายนี้ปฏิเสธที่จะประมาท

“เราเคารพคู่แข่งทั้งสามทีมอย่างมาก นี่แหละคือเสน่ห์ของฟุตบอลโลก เรารู้จักอียิปต์ดี พวกเขาคือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของแอฟริกา ผมรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดี เพราะผมเคยร่วมงานกับเขาที่โรม่า” การ์เซียเสริม “เรายังต้องเจอกับตัวแทนจากโอเชียเนียและเอเชีย ซึ่งเราอาจไม่ได้เห็นพวกเขาลงเล่นบ่อยนัก แต่เราก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นว่าอิหร่านและนิวซีแลนด์มีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่”

รอยต่อแห่งยุคสมัย: ผลัดใบแต่ยังแข็งแกร่ง

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เบลเยียมไร้เงาขุนพลยุคทองอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเก้น, ดรีส์ เมอร์เทนส์ และอดีตกัปตันทีม เอเดน อาซาร์ ที่ต่างแขวนสตั๊ดรับใช้ชาติไปแล้ว

ทว่าหัวใจของทีมยังคงเต้นอย่างแข็งแกร่งด้วยแกนหลักที่เหลืออยู่ ทั้งความอัจฉริยะของ เควิน เดอ บรอยน์, ความหนึบของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ และสัญชาตญาณนักล่าของ โรเมลู ลูกากู ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลที่พร้อมสวมบทเพชฌฆาต ผสมผสานกับสายเลือดใหม่ที่พร้อมรับไม้ต่ออย่าง เลอันโดร ทรอสซาร์, เฌเรมี่ โดกู และ ดีเอโก้ โมไรร่า

มนต์เสน่ห์ของการเป็น ‘ม้ามืด’

บางครั้ง การสวมมงกุฎที่หนักอึ้งก็ทำให้ก้าวเดินลำบาก เบลเยียมเคยครองเบอร์หนึ่งของโลกบนฟีฟ่าแรงกิ้งยาวนานกว่า 6 ปี และต้องแบกรับความคาดหวังในฐานะ “ทีมเต็งแชมป์” มาตลอดทั้งในปี 2018 และ 2022 แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ปัจจุบันพวกเขาหล่นมาอยู่อันดับ 9 ของโลก แต่การ์เซียกลับมองว่านี่คือเรื่องดี

“ภาพในวันนี้มันต่างออกไป เราจะไปที่นั่นในฐานะทีมรอง (Underdogs) ซึ่งผมไม่รังเกียจเลย… อันที่จริง ผมชอบมันซะด้วยซ้ำ”

ความกดดันที่มลายหายไป อาจเปลี่ยนเป็นความอิสระที่ทรงพลัง กุนซือทีมชาติเบลเยียมทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่พร้อมจะจุดไฟในหัวใจลูกทีมและแฟนบอลทุกคนว่า:

“เราไม่ควรต้องเกรงกลัวใคร นั่นคือเรื่องที่แน่นอน ผมบอกลูกทีมไปแล้วว่า… เราต้องเชื่อมั่นว่า เราสามารถยืนหยัดต่อกรได้กับทุกทีมบนโลกใบนี้”