เบื้องหลังสายตา ‘ทูเคิ่ล’: ศึกชิงตั๋วฟุตบอลโลกในรังเซลเฮิร์สต์พาร์ค
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไม โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ถึงเลือกเดินทางไปที่ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อชมเกมระหว่าง คริสตัล พาเลซ กับ เอฟเวอร์ตัน ทั้งๆ ที่ถัดไปไม่ไกลนัก มีเกมลุ้นแชมป์สุดระทึกระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล เตะกันอยู่?
คำตอบนั้นเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง… สำหรับทูเคิ่ล ขุมกำลังแกนหลักที่จะเดินทางไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก นั้นตกผลึกไปเรียบร้อยแล้ว รายชื่อ 35 คนล่าสุดของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าใครคือคนที่เขาไว้ใจ สิ่งที่เขาตามหาในตอนนี้ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์หน้าใหม่ แต่คือ “จิ๊กซอว์ชิ้นสำรอง” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก และเกมที่ลอนดอนใต้ ก็มี 2 การดวลที่คุ้มค่าพอให้เขาสละเวลามานั่งชม
สมรภูมิแดนกลาง: วอร์ตัน vs การ์เนอร์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน จาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ คือตัวเลือกอันดับหนึ่งในการคุมแดนกลางช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน แต่ใครล่ะที่จะเป็นเบอร์สอง?
อดัม วอร์ตัน จากพาเลซ คือผู้ท้าชิงที่มาแรง เขาติดทีมชาติไปแล้ว 4 นัด ซึ่ง 3 นัดในนั้นเกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของทูเคิ่ล การพาทัพปราสาทเรือนแก้วทะลุเข้าชิงคอนเฟอเรนซ์ลีก มีส่วนช่วยให้เขาโดดเด่น แต่สิ่งที่มัดใจกุนซือชาวเยอรมันคือผลงานในแคมป์ทีมชาติ ขณะเดียวกัน เจมส์ การ์เนอร์ มิดฟิลด์เอฟเวอร์ตัน ก็เร่งเครื่องทำผลงานในช่วงหลังจนคว้าหมวกทีมชาติไป 2 ใบในเดือนมีนาคม แถมความสารพัดประโยชน์ที่เล่นแบ็กฟูลแบ็กได้ ก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจทูเคิ่ลไม่น้อย
สถิติจากผลเสมอ 2-2 ชี้ให้เห็นถึงความสูสีของทั้งคู่:
- การผ่านบอล: วอร์ตัน จ่ายบอลสำเร็จ 52 ครั้ง (เข้าพื้นที่สุดท้าย 19 ครั้ง) ส่วน การ์เนอร์ จ่ายสำเร็จ 37 ครั้ง (เข้าพื้นที่สุดท้าย 17 ครั้ง) โดยทั้งคู่มีความแม่นยำเท่ากันที่ 82%
- การสร้างสรรค์เกม: วอร์ตัน จ่ายบอลพุ่งไปข้างหน้า 20 ครั้ง สร้างโอกาสทำประตู 2 ครั้ง ขณะที่ การ์เนอร์ จ่ายบอลไปข้างหน้า 14 ครั้ง แต่สร้างโอกาสได้ถึง 3 ครั้ง
- การพาบอลตะลุย: วอร์ตัน พาบอลขึ้นหน้าได้ไกลกว่าที่ 73.8 เมตร เทียบกับ การ์เนอร์ ที่ 60 เมตร (ส่วนหนึ่งเพราะวอร์ตันยืนต่ำกว่า)
- เกมรับ: วอร์ตัน เข้าปะทะ 6 ครั้ง ชิงบอลกลับมาได้ 8 ครั้ง (อัตราชนะดวล 33%) ส่วน การ์เนอร์ ปะทะ 2 ครั้ง ตัดบอล 1 ครั้ง แต่มีอัตราชนะดวลสูงถึง 62.5%
บทสรุปแดนกลาง: วอร์ตัน โดดเด่นเรื่องการคุมจังหวะและจ่ายบอลทะลุทะลวง ขณะที่ การ์เนอร์ มีความสมดุลทั้งการสร้างสรรค์โอกาส การเลี้ยงกินตัว และความดุดัน ใครจะได้ตั๋วใบนี้ไป ขึ้นอยู่กับว่าทูเคิ่ลต้องการสไตล์ไหนไปซัพพอร์ตแอนเดอร์สัน
ศึกนายทวาร: พิคฟอร์ด vs เฮนเดอร์สัน หากตำแหน่งกองกลางยังต้องลุ้น ตำแหน่งผู้รักษาประตูคงเป็นเหมือนการแข่งม้าเต็งหนึ่ง ทูเคิ่ลได้เห็นการประชันกันระหว่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด มือหนึ่งทีมชาติ และ ดีน เฮนเดอร์สัน มือสองของเขาในเกมนี้
พิคฟอร์ดพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมเขาถึงคู่ควรกับการยืนเฝ้าเสาที่อเมริกา:
- ในเกมนี้ พิคฟอร์ด โดนส่องตรงกรอบ 8 ครั้ง เซฟได้ 6 ครั้ง และมีค่า xGOT (ความน่าจะเป็นในการเสียประตูจากคุณภาพลูกยิง) อยู่ที่ 3.4 ซึ่งแปลว่าเขาช่วยทีมเซฟประตูที่ควรจะเสียไปถึง 1.4 ประตู
- ส่วน เฮนเดอร์สัน โดนยิงตรงกรอบ 7 ครั้ง เซฟได้ 5 ครั้ง ค่า xGOT อยู่ที่ 2.0 ซึ่งหมายความว่าเขาเสียประตูตามเกณฑ์มาตรฐานพอดี
เมื่อมองภาพรวมทั้งฤดูกาล พิคฟอร์ด คือคนที่ป้องกันการเสียประตู (ที่ไม่ใช่จุดโทษ) ได้ถึง 5.3 ประตู สูงเป็นอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก (เป็นรองแค่ เซเน ลัมเมนส์ ของแมนฯ ยูไนเต็ด และ บาร์ต แฟร์บรุคเค่น ของไบรท์ตัน) แม้เฮนเดอร์สันจะตามมาติดๆ ที่ 4.8 ประตู แต่จุดแข็งที่ทำให้มือหนึ่งเอฟเวอร์ตันกินขาดคือ “การเล่นบอลด้วยเท้า”
พิคฟอร์ด วางบอลยาวด้วยความแม่นยำถึง 40% (เป็นรองแค่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ของแมนฯ ซิตี้) และมีความแม่นยำในการจ่ายบอลรวมสูงกว่าเฮนเดอร์สัน (62% ต่อ 56%)
ประสบการณ์และความสามารถในการเปิดเกมรุกจากแดนหลัง ทำให้ พิคฟอร์ด จองตำแหน่งมือหนึ่งช่วงซัมเมอร์นี้แบบไร้ข้อกังขา ทว่าในขณะเดียวกัน เฮนเดอร์สัน ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาพร้อมจะเป็นเบาะหลังที่ไว้ใจได้เสมอหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น

